Review ที่พัก Siamaze Hostel Bangkok

Siamaze Hostel Bangkok

วันนี้ มีเวลาว่างๆ เลยมาเขียน review แนะนำที่พัก แบบ hostel ที่ไปพักบ่อยๆ เวลาขึ้นมา กทม. สักหน่อย ครับ ..

Siamaze Hostel อยู่ใน รัชดา ซ.17 ห่างจากสถานี รถไฟฟ้าใต้ดิน สุทธิสาร ประมาณ 500m
สามารถเดินเข้าไปได้ง่าย ด้านหน้าซอย 17 จะมีร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย ทั้ง MC Donald, Maxvalu, ร้านกาแฟ, ร้านส้มตำ, ร้านสุกี้หม้อไฟ ..

ส่วนด้านใน ซอย 17 ใกล้ๆ กับที่พัก ก็จะมีร้านสะดวกซื้อ ทั้ง 7-ELEVEN และ FamilyMart ร้านอาหารตามสั่ง ต่างๆ ก็มีอยู่หลายร้านบริเวณนั้น ..

ที่ Hostel เอง ก็มีบริการ อาหาร เครื่องดื่ม ให้กับผู้เข้าพัก ในราคาไม่แพง และจะมีฟรี อาหารเช้า แบบที่เรา สามารถทำกินเองได้ (DIY) มีกระทะ เครื่องปิ้งขนมปัง และวัตถุดิบ พวกไข่ ขนมปัง แยม ไว้ให้ น้ำก็จะมีน้ำเปล่า กับน้ำผลไม้ และก็มีขนม กับผลไม้ ไว้ให้ด้วย เรียกว่าครบกันเลยทีเดียว กับฟรี อาหารเช้า ของที่นี่ ..

ผมเอง มาที่นี่ ก็ได้ฝึกวิชา การทอดไข่ สูตรต่างๆ หลายๆ สูตร เลยทีเดียว .. ทำเองกินเอง ก็อร่อยดี สนุกไปอีกแบบ ..
เราทำกินเสร็จ ก็ต้องล้างกระทะ ล้างจาน ล้างแก้ว เองนะครับ ซึ่งทางที่พัก จะมีที่ล้างจาน น้ำยาล้างจาน และฟองน้ำ ไว้ให้พร้อม ..

มาพูดถึงประเภท ของห้องพักกันบ้าง ขึ้นชื่อว่า Hostel ก็แน่นอนว่า ต้องมีห้องนอนรวม (Dorm) แบบเตียง 2 ชั้น หลายๆ เตียงอยู่แล้ว ซึ่งกำลังเป็น trend ฮิต ของนักเดินทาง backpacker ทั่วโลก ในตอนนี้ ..

การที่เราพัก hostel ทำให้เราได้เพื่อน ได้แลกเปลี่ยนภาษา ได้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นในการเดินทาง เพราะส่วนใหญ่แล้ว คนที่พัก hostel จะเป็น backpacker มากประสบการณ์ ..

หอพักรวม 8 เตียง (8-Bed Mixed Dormitory) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาท
หอพักหญิง 8 เตียง (8-Bed Female Dormitory) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาท
หอพักรวม 4 เตียง (4-Bed Mixed Dormitory) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 250 บาท
ห้องออง สวีท เตียงแฝด (En Suite Twin) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 900 บาท
ห้องออง สวีท เตียงใหญ่ (En Suite Double) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 900 บาท
ห้องสำหรับครอบครัว (Family) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1500 บาท

สำหรับคะแนน ถ้าให้เต็ม 10 สำหรับ Siamaze Hostel ผมให้ประมาณนี้ครับ
ความสะอาด 9
สิ่งอำนวยความสะดวก 10
สถานที่ตั้ง 9
ความสะดวกสบายและคุณภาพของห้องพัก 10
การให้บริการ 9
คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย 10

สรุป โดยรวมแล้ว เรียกว่าดีมาก ประทับใจมาก
– Staff ก็ช่วยเหลือดี เป็นกันเองดี
– มี free WiFi ที่คุณภาพดี ทำงานได้สบายๆ ..
– มีพื้นที่ส่วนกลาง ให้พักผ่อน หรือนั่งทำงานได้ ..
– ห้องน้ำ แยกหญิงชาย แยกห้องอาบน้ำ เป็นสัดส่วน และมีจำนวนมาก เพียงพอ ให้กับผู้เข้าพัก ได้ใช้งาน ..
– ฟรีอาหารเช้า ของที่นี่ ก็ดี ประทับใจ ทำให้เราได้ประหยัด ค่าอาหารเช้าไปได้อีกเยอะ ในราคาที่พัก แค่ 200 บาท ถ้าใครเข้าพัก ในคืนวันศุกร์ ก็จะมี free buffet B-B-Q ให้ได้ปิ้งย่างกันด้วย ..
– ส่วนเรื่อง ที่ตั้งของ hostel นั้น ก็ถือว่าไม่ไกล จาก MRT สุทธิสารมากนัก สามารถเดินชิลๆ ได้ มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ใกล้ๆ ที่พัก ไม่ต้องเดินออกไปไกล ..

ผมเห็นฝรั่ง และคนจีนบางคน พักที่นี่กัน หลายเดือนเลย มากี่ครั้ง ห่างกัน 2-3 เดือน ก็ยังเจออยู่ก็มี ..

ดูรายละเอียดที่พัก เพิ่มเติม
Siamaze Hostel Bangkok

ปล.ขอบคุณภาพประกอบ จาก agoda และ Instagram
https://www.instagram.com/explore/tags/siamaze/

Happy New Year 2018

ขอกล่าวคำว่าสวัสดีปี 2018 ล่วงหน้าครับ เพราะว่า อีกไม่กี่วัน ก็จะปีใหม่แล้ว
เวลาเลยผ่านไปไวมากจริงๆ ปี 2017 เป็นปีที่ผมเอง พบกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย
ตั้งแต่ออกจากงานประจำที่ทำอยู่ เกือบ 10 ปี มาเป็น freelance แบบเต็มตัว ..

งานประจำที่ทำอยู่ ก็ดีมากๆ ครับ หัวหน้าก็ดี ทิศทางของบริษัท ก็ดี แต่ว่าตัวผมเอง
ก็ถึงจุดที่เรียกว่า comfort zone ละ ก็เลยตัดสินใจ ออกมาหาอะไรใหม่ๆ ทำดู
เพราะถ้าไม่เริ่มตอนนี้ แก่ไปกว่านี้ จะเริ่มยากกว่า หรือจะไม่มีโอกาสเริ่ม ก็เป็นได้ ..

ออกมาเป็น freelance ถามว่ายากไหม ยากมากครับ ยิ่งช่วงเริ่มต้น นี่ยิ่งลำบาก
เพราะยังไม่ชิน ปกติทำงานประจำ เดือนๆ ก็ได้รับเงิน แต่ทำงาน freelance
ต้องทำใจไว้เลย ว่าเงินค่าจ้าง จะไม่เป๊ะเท่าไร ทางทีดี ก็ต้องมีหลายๆงาน ไว้รองรับ ..

แต่สิ่งที่ได้มา จากการเป็น freelance สำหรับผม ผมถือว่าคุ้มมากนะ อย่างน้อย เราก็ได้
กลับไปอยู่บ้าน ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ได้มีเวลาให้พ่อแม่ ญาติพี่น้องมากขึ้น ได้อยู่ใน
สภาพแวดล้อมที่ดี อากาศบริสุทธิ ได้กินอาหารอร่อยๆ ครบทุกมื้อ ได้ออกกำลังกายทุกวัน ..

แล้วก็ได้เดินทาง ท่องเที่ยว ทั้งใน และต่างประเทศตลอด จริงๆ ก็ไปทำงานนะ แต่เวลา
ที่เหลือ ก็มีโอกาสได้ backpack เที่ยวไปด้วยในตัว ทำให้เราได้เห็นมุมมอง ได้เห็นอะไร
ได้ประสบการณ์ ที่เพิ่มเข้ามา ที่หาซื้อไม่ได้ตามห้างสรรพสินค้า มีเงินอย่างเดียว ใช่ว่าจะ
เที่ยวได้ ต้องกล้าเดินทางด้วย เดินทางตอนนี้ ดีกว่ารอให้แก่ มีเงินเยอะ แต่ไม่ได้ไปไหน ..

ถามว่าจุดหมายของชีวิต คืออะไร จริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนเป๊ะๆ แบบนั้น แต่ก็มีจุดหมาย
ความต้องการของผมจริงๆ ก็คือลงไปสัมผัส ชีวิตเกษตรกรชาวสวน ว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง
แล้วปัญหาที่เค้าเจอ คืออะไร เผื่อเราจะได้เอาจุดตรงนี้ มาช่วยแก้ไขได้ มาทำให้ดีขึ้นได้
แล้วก็อยากนำเอา technology ที่จำเป็น มาช่วยทำให้งานของเกษตรกร ง่ายขึ้น ..

ตอนนี้ นอกจากรับงานนอก ในด้านการทำ web infrastructure ที่ถนัดแล้ว ก็ทำระบบ
ที่จำเป็นสำหรับ Smart Farming ไว้ใช้งาน ให้ตอบโจทย์ ที่เกษตรกร ต้องการจริงๆ ..

ปีหน้า คงได้มี product เป็นของตัวเองจริงๆ จังๆ เอามาให้เพื่อนๆ ได้ดู ได้ใช้งาน
ได้แนะนำติชม เพื่อปรับปรุงกันต่อไป ..

My Goal

อยู่แบบพอเพียง คือตำตอบของชีวิต

ช่วงค้นหาชีวิต ค้นหาตัวเอง สำหรับผมเอง คงพอเพียงละ ตอนนี้ รู้แล้วว่า อยากทำอะไรมากที่สุด
จากที่ทำงานในระบบ มากว่า 10 ปี เงินเดือนก็หลักแสน แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์
สิ่งที่ผมอยากทำ หรืออยากเป็น ..

เรากินอะไร เราปลูกนั่น เราได้ออกกำลังกายไปในตัว แบบนี้ ดีกว่า ไม่ต้องสนใจ
กับคำถามที่ว่า ร่ำเรียนมาสูง ทำไปมาเป็นเกษตรกร ตอบแบบภูมิใจเลยครับ ว่า
เกษตรกร นี่แหละของจริง ข้าวปลานี่แหละของจริง ..

เราอยากทำให้การทำการเกษตรแบบเดิมๆ ดีขึ้น เพราะว่าพื้นฐาน ความรู้ทางด้านอื่น เรามีมากพอ
คงช่วยเสริมกันได้ ก็ต้องดูกันต่อไปครับ ใจหายเหมือนกัน แต่ตัดสินใจแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ..

อธิบายเรื่องเงาะ แบบคนจันท์

เงาะสีทอง หวานๆ กรอบๆ จากจันทบุรี

หลังจากที่อธิบายถึงเรื่องทุเรียนทอด อบกรอบ แต่ละแบบไปแล้ว วันนี้ผมขอมาพูด มาอธิบาย ถึงเงาะ ประเภทต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้มีความรู้กัน ในฐานะที่ผมเป็นลูกหลานชาวสวน จากจันทบุรี ..

ในปัจจุบัน เงาะ ที่ปลูกที่จันทบุรี มีด้วยกัน 3 สายพันธุ์ คือเงาะสี เงาะโรงเรียน และเงาะสีทอง ..
เงาะสี เป็นเงาะพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม ที่ปลูกกันมานาน ผลจะออกสีชมพู ลูกไม่ใหญ่มาก ราคาไม่แพง
เงาะโรงเรียน เป็นเงาะที่นิยมปลูกกันในปัจจุบัน ผลจะออกสีแดงเข้ม ปลายขนจะออกสีเขียว ลูกใหญ่ เนื้อกรอบ หวาน อร่อย ราคาจะสูงกว่าเงาะสายพันธุ์อื่น
เงาะสีทอง เป็นเงาะที่นิยมปลูกกันมากขึ้น ผลจะคล้ายๆ เงาะโรงเรียน แต่สีจะออกเหลืองส้ม ลูกใหญ่ กว่าเงาะโรงเรียน กรอบ อร่อย แต่ไม่หวาน เท่าเงาะโรงเรียน

ราคาเงาะสีทอง-โรงเรียน หน้าสวน ปัจจุบัน May 2017 ก็จะอยู่ที่ 17-25 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ชาวสวนก็ยิ้มได้ คนซื้อก็คุ้มค่า เงาะสดๆ ใหม่ๆ จากต้น จะกรอบ อร่อยมาก ..

มีหลายๆ ท่าน มาถามผมว่า ทำไม ที่จังหวัดเค้า (พิจิตร) ขาย 3-4 กิโลกรัม 100 บาท ได้ แล้วไปเอากำไรจากไหน เพราะราคาหน้าสวน ก็ 25 บาทแล้ว ไหนจะค่าขนส่งอีก ค่าเสื่อมสภาพอีก ..

จริงๆ แล้ว มีเงาะอีกประเภทนึง ที่ชาวสวนเรียกว่าเงาะคัด คือคัดลูกที่ไม่สวยออกมา อาจจะเพราะขนไม่สวย มีราดำที่ขนบ้าง อะไรบ้าง เงาะเกรดนี้ ราคาจะไม่แพง กิโลกรัมละ 3-4 บาท เมื่อก่อน จะส่งเข้าโรงงานทำเงาะกระป๋อง แต่ปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้า นิยมรับไปขายปลีก เพราะราคาต้นทุนไม่แพง จริงๆ คุณภาพ ก็ไม่ได้ต่างไปจากเงาะปกติ แค่รูปลักษณ์ภายนอก ไม่สวยเท่า แค่นั้นเอง รสชาดเหมือนกัน ..

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเลือกซื้อเงาะ คุณภาพดีๆ กรอบๆ หวานๆ ลักษณะ ที่ควรสังเกตคือ
– ขน ต้องแข็ง ไม่เหี่ยว
– สี ต้องแดงสด เงาะโรงเรียน ปลายขนต้องเขียวเข้ม
– ลูกใหญ่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งอร่อย
– ราคาเหมาะสม ไม่ถูกเกินไป ไม่แพงเกินไป

สำหรับข้อมูลต่างๆ ต้องขอขอบคุณ SookYen Farm จันทบุรี
http://www.sookyenfarm.com

อธิบายเรื่องคุณภาพ ของทุเรียนทอด อบกรอบ แบบคนจันท์

ทุเรียนหมอนทอง ทอด อบกรอบ จากจันทบุรี

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกท่าน ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ ของทางภาคตะวันออก ปีนี้ผลผลิตดีครับ ทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง สละ และผลไม้อื่นๆ น้ำท่าปีนี้ก็ดี ไม่แห้งเหมือนปีที่แล้ว ราคาผลไม้ก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ถูกเกินไปนัก ..

วันนี้จะมาขอพูดถึงและอธิบาย เกี่ยวกับทุเรียนหมอนทอง ทอดอบกรอบ สักหน่อยนะครับ เพราะมีเพื่อนๆ ชอบฝากผมซื้อ จากจันทบุรีกัน เป็น rare item เลยก็ว่าได้ “หมอนทองทอด จันทบุรี” ..

มาดูที่มาของทุเรียนทอด ทุเรียนกวน กันก่อนครับ การทอด การกวน เป็นวิธีการถนอมอาหาร อย่างหนึ่ง ของชาวสวน เพราะว่าเมื่อก่อน ทุเรียนราคาถูกมาก ขายไม่ออก ก็เลยเอาลูกดิบๆ มาทอดเป็นแผ่นๆ ส่วนลูกแก่ๆ ที่สุกมากๆ หล่นลงมา ก็จะเอาไปทำทุเรียนกวน ..

สมัยผมเด็กๆ ที่บ้านก็จะทำสวนทุเรียน ทุเรียนต้นใหญ่มาก ปลูกตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพันธุ์ชะนี เพราะทนต่อโรค สูงกว่าหมอนทอง สมัยนั้น ชะนี ราคากิโลกรัมละ 3 บาท หมอนทอง 7 บาท คือถูกมากๆ เพราะเรายังไม่ค่อยมีการส่งออก ไปยังต่างประเทศ จะบริโภคกันแต่ภายในประเทศ ชะนีจะเอามากวน เพราะทอดไม่ได้ เนื้อจะเละ หมอนทอง แก่ๆ จะเอามาทอด ..

แต่เมื่อ 4-5 ปีมานี้ การคมนาคม ขนส่งสะดวกขึ้น การส่งออกดีขึ้น ทำให้ราคาทุเรียน โดยเฉพาะหมอนทอง ราคาแพงขึ้นมาก มีล้งจีนเข้ามาตั้งรับซื้อกันมากมาย เห็นเค้าว่ากันว่า คนจีนชอบกินทุเรียน ปัจจุบัน ราคาตัดจากสวน ประมาณ 50-100 บาท ต่อกิโลกรัม แล้วแต่คุณภาพ คือพูครบ ลูกได้ขนาด ผิวสวย ก็จะแพงหน่อย ..

ทำให้สมัยนี้ จะหาทุเรียน หมอนทองกวน ได้ยากมาก ถ้าเป็นชะนีกวน ก็ยังพอมีบ้าง ส่วนทุเรียนหมอนทองทอด ปัจจุบัน ราคาทุเรียนดิบ ความแก่ 85-95% ก็หายากมากขึ้น ราคาแพงขึ้น เพราะทุเรียนดิบ 10kg เมื่อนำมาทอดแล้ว จะเหลือประมาณ 1kg เท่านั้น ..

ทุเรียนใต้ กับทุเรียนตะวันออก (ระยอง, จันทบุรี, ตราด) ต่างกันยังไง?
– คำถามนี้มักเจออยู่บ่อยๆ ทุเรียนใต้ ส่วนใหญ่ เนื้อจะจืดกว่า ไม่เหนียว ไม่หวานเท่า ทุเรียนจันทบุรี หรือทุเรียนภาคตะวันออก เพราะว่าฝนตกชุกทั้งปี ..

ทุเรียนทอด อบกรอบ เลือกซื้อแบบไหนดี มีหลายเกรด หลายราคาเหลือเกิน?
– ปัจจุบัน ที่ผมเห็น คือมีการ ผสมสี หรือขมิ้น หรือเนย ไปในทุเรียนทอดด้วย หรือบางทีก็หั่นเป็นแท่งๆ แบบมันฝรั่งทอด ในความคิดเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า มันเป็นการทำลายคุณค่าของทุเรียนทอด แบบดั้งเดิม (original) ที่มันดีอยู่แล้ว อร่อยอยู่แล้ว ที่ไม่ชอบเลย คือตามร้านของฝาก ย้อมสีซะเหลืองเลย ซึ่งมันไม่ใช่สีธรรมชาติ ของทุเรียนทอด ..

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยกิน ทุเรียนทอด แบบดั้งเดิมจริงๆ ก็คงไม่รู้ ว่าเป็นยังไง รสชาดจะหวาน หอม กรอบ อร่อย มากๆ สีไม่เข้ม จะเป็นสีขาว เหลืองอ่อนๆ น้ำตาลอ่อนๆ ไล่สีกัน ..

สำหรับทุเรียนทอด ที่แนะนำ ให้เลือกซื้อคือ
– เป็นสีธรรมชาติ ไม่ย้อม ไม่ใส่สี ซะจนเหลืองเกิน
– ไม่เหม็นหืน ทอดสดๆ ใหม่ๆ กรอบๆ
– ไม่ใส่เนย หรือผงปรุงแต่งอื่นๆ ให้เสียรสชาดทุเรียน
– บรรจุในวัสดุที่ดี ซีลอย่างดี จะเก็บไว้ได้นาน
– มีป้าย อย. และระบุส่วนประกอบ แหล่งผลิตที่ชัดเจน
– ราคามาตรฐาน ไม่ถูกเกินไป ไม่แพงเกินไป

สำหรับใครที่ชอบกินทุเรียนทอด หรือต้องการซื้อเป็นของฝาก ติดต่อมาได้ครับ เป็นทุเรียนทอด จากจันทบุรี จากโรงงาน ที่ดีที่สุด มาตรฐานสุด ประสบการณ์หลาย 10 ปี มี อย. มีฉลากระบุส่วนประกอบ ที่อยู่โรงงาน วันผลิต วันหมดอายุ ชัดเจน ..

ที่สำคัญ ทอดสดตาม order ไม่ stock ไว้นาน และราคาไม่แพงครับ ..

สั่งซื้อ ตาม Link นี้เลยครับ (SookYen Farm)
http://www.sookyenfarm.com/shop

Instagram (IG) Print คืออะไร?

Instagram (IG) Print หรือ เครื่องปริ้นรูปจาก instagram คืออะไร? วันนี้ ผมขอมาเล่าถึง service ที่ตัวเองให้บริการอยู่
สักนิดนึงนะครับ เผื่อเพื่อนๆ ท่านใด ที่สนใจ ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ ..

หลักการของ IG Print ที่เราให้บริการอยู่ ทั้งงานแต่งงาน (wedding) และงาน events ต่างๆ
ก็คือ คนที่ไปร่วมงาน เพียงแค่ upload รูปขึ้น IG (Instagram) แล้วใส่ #hashtag ที่กำหนดไว้
รูปขนาดเท่า นามบัตร (card size) ก็จะ auto print ออกมาให้ ได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับงาน ..
ส่วนเจ้าภาพ หรือเจ้าของงานเอง ก็สามารถกำหนด หรือออกแบบ theme สี และ logo ต่างๆ
ของภาพได้ด้วยตัวเอง โดยทางเราเอง ก็จะทำ demo ให้ดูก่อนงานจริง ว่ารูปจะออกมาแบบนี้นะ ..

สำหรับ IG Print ของเรา ทำได้ดังนี้
– Auto Print ตาม #Hashtag ที่กำหนด
– ออกแบบตกแต่ง ได้เอง ตามความต้องการของผู้จัดงาน
– ใช้กระดาษ Canon อย่างดี กันน้ำได้ อยู่ทนนาน 100 ปี
– มีจอ LED แสดงรูป effect สวยงาม
– งานแต่ง (3 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวน)

สำหรับราคา ค่าบริการ พร้อม Staff
1 เครื่อง 19000 บาท
2 เครื่อง 36000 บาท

* 1 เครื่อง print ได้ประมาณ 180 แผ่น ต่อชั่วโมง

สนใจติดต่อ เพิ่มเติม ต่อรองราคา ได้ที่

Web Site: http://www.weloveevent.com

Tel: 0863741677 (Ton)

LINE@ ID: @gte3360y

IG: pornpasok
E-mail: info@weloveevent.com
Facebook: https://www.facebook.com/weloveeventpage

* เรารับงาน ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดครับ

หางานครับ ใครมีมาจ้างได้นะ ราคากันเองครับ

ตอนนี้ ผมรับงานนอกนะครับ ระดมทุน สร้างโรงงาน ใครมีงานมาจ้างได้
งานที่รับ มีดังต่อไปนี้ครับ

– ดูระบบ, setup server, วาง infra
– Setup OpenStack, AWS, Google Cloud, Alibaba Cloud
– Tuning, Load Test, Penetration Test (Security Test)
– ทำ ChatBot, Machine Learning, ทำเว็บ e-Commerce
– IG Print งานแต่ง งาน events ต่างๆ
– Photo Booth
– IoT Development
– Bulk SMS
– SEO

ใครมีงานรายละเอียดประมาณนี้ มาจ้างได้ครับ
Line ID: pornpasok

โปรโมชั่น อินเตอร์เน็ต 4G ทรู

วันนี้ผมมีเรื่องดีๆ อยากมา share เพื่อนๆ ครับ คือบังเอิญเพิ่งไปเจอ ว่ามีเว็บที่สามารถ
ซื้อ Fair Usage เน็ต 4G ของ truemove h ได้ถูกมากๆ คุ้มมากๆ กว่าราคาปกติ
โปรที่ผมชอบมาก ก็คือ เน็ต 15GB 150 บาท ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว คุ้มมากจริงๆ ..

ต้องขอเกริ่นก่อนว่าปกติแล้ว ผมเองเป็นคนที่ไม่ได้ติดตั้งเน็ต พวก ADSL หรือ Fiber ที่ห้อง
ทั้งๆ ที่ทำงานดูระบบ จำเป็นต้องมีเน็ตใช้ตลอด เพราะส่วนใหญ่ ผมไม่ค่อยอยู่ห้อง เดินทาง
ท่องเที่ยว ตลอด และการขอเน็ต ติดที่ห้อง หอพัก หรือคอนโด เป็นเรื่องที่วุ่นวาย ต้องเดินสาย
และทำสัญญาต่างๆ มากมาย วิธีการที่ผมใช้อินเตอร์เน็ต ตั้งแต่เน็ตมือถือ เริ่มมี 3G, 4G ที่มีคุณภาพ
ใช้งานต่างๆ ได้รวดเร็ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย ก็คือใช้มือถือ ทำเป็น Hotspot (AP)
ยิ่งถ้าไปใช้ที่บ้านผมที่จันทบุรี ยิ่งเร็วมาก เพราะคนใช้ 4G ยังน้อย ทำให้จำนวน bandwidth
หรือ speed เน็ต เหลือๆ แต่ด้วยความที่เน็ตเร็ว ก็ย่อมทำให้ Fair Usage เต็มเร็วขึ้น ..
ทำให้ต้องเปลี่ยน plan เปลี่ยนโปร ต่างๆ บ่อยๆ ตอนนี้ ผมใช้แบบ 899 บาท เน็ต 8GB แต่ว่า
ก็ยังไม่พอใช้ทั้งเดือน เพราะสมัยนี้ เข้าเว็บต่างๆ ทีนึง ก็หมดเป็น 10MB ละ เว็บใหญ่ขึ้นมาก
ทำให้เพิ่มโปร หรือ plan แพงเท่าไร ก็ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน พอ Fair Usage เต็ม
ก็รำคาญ เพราะว่าวิ่งแค่ 256K ช้ามาก (เมื่อก่อน modem 16K แต่รู้สึกสบายกว่านี้) ..

เกริ่นมาซะยาว เข้าเรื่องสักที พอดีวันนี้ ผมก็ปรึกษากับเพื่อนที่ทำงานที่ทรู (ascend corp)
ที่เค้าดูทางด้านพวกนี้อยู่ ว่ามีปัญหา ว่าโปรมือถือ ของทรู ที่ใช้อยู่ 899 บาท เน็ต 8GB ตอนนี้ไม่พอ
มีโปรดีๆ อื่นๆ แนะนำไหม? ไม่เน้นโทร เน้นใช้งาน อินเตอร์เน็ต อย่างเดียว ..
เพื่อนผมก็ถามผมว่า 8GB ยังไม่พออีกเหรอ ผมบอกว่าไม่พอ เพราะว่า ไม่มี ADSL ที่ห้อง
WiFi .@ TRUEWIFI ก็สัญญาณมาไม่ถึง เพื่อนผมก็เลยแนะนำว่า มีบริการ HLife นะ
เคยใช้หรือยัง ผมก็ตอบว่ายัง ไม่รู้จักเลย เค้าก็เลย ให้ผมลองเข้า HLife ดู โปรเน็ต ต่างๆ
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เน็ต 15GB 150 บาท โคตรถูก หรือถ้ามันเยอะไป เน็ต 4GB 99 บาท
ก็กำลังดี เป็นบุญของผมเหลือเกิน ที่ได้รู้จักกับเว็บ HLife โดยการแนะนำของเพื่อน เพราะปกติ
ถ้าเน็ตผมหมด หรือติด Fair Usage ผมก็จะซื้อเพิ่ม ผ่านทางเว็บอื่น ซึ่งแพงกว่ามากๆๆๆๆๆๆๆๆ ..

มาถึงวิธีการซื้อเน็ต ของทรู ผ่านทาง HLife กันบ้าง วิธีการก็แสนจะง่ายมากๆๆๆๆ ไม่ต้องมากด
* อะไรเยอะแยะ แบบเว็บอื่นๆ อันนี้ เปิด browser บนมือถือขึ้นมา แล้วเข้า hlife.truecorp.co.th
ก็จะเป็นหน้าแสดง รายละเอียดของเบอร์ที่เราใช้ ว่าตอนนี้ Fair Usage ของเรามีทั้งหมดเท่าไร
ใช้ไปแล้วเท่าไร เหลือเท่าไร และก็แสดง รายละเอียดส่วนตัวต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน สะดวกมาก
ถึงจะไม่ซื้อ internet หรืออะไรเพิ่ม แค่เข้าหน้านี้ เราก็รู้รายละเอียด ของเบอร์เรา ว่าสถานะ
เป็นอย่างไรบ้าง เน็ตใกล้หมดหรือยัง ผมว่าเจ๋งดีมากๆ ครับ ต้องขอชมทางทรู ที่ทำสิ่งดีๆ แบบนี้ขึ้นมา

หน้าแรก HLife สำหรับซื้อเน็ตทรู เพิ่ม
ส่วนแสดงรายละเอียดต่างๆ ของ โปรโมชั่น เน็ตที่เราใช้อยู่
โปรโมชั่นเน็ต สุดคุ้ม ยอดนิยม จากทาง HLife
โปรโมชั่น อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งรายเดือนและเติมเงิน

สำหรับโปรโมชั่น อินเตอร์เน็ต 4G ต่างๆ จากทาง HLife เราสามารถกดซื้อได้ ง่ายมาก
ไม่ว่าจะเป็นระบบเติมเงิน หรือรายเดือน กดซื้อปุ๊บ จะได้รับ SMS ยืนยัน package ที่เราทำรายการซื้อ
จากนั้น Fair Usage ที่เรา ใช้งานได้ ก็จะเพิ่มตามโปรโมชั่นที่เราซื้อ นอกจากนี้ ยังมีรายการ
สะสมแต้ม เอาไว้แลกของ หรือเอาไว้เล่นเกมส์แจกของรางวัล ต่างๆ มากมาย ทั้งทองคำ และอื่นๆ ..

ถ้าคุณใช้มือถือ truemove h อยู่ อย่ารอช้าครับ เข้าไปใช้บริการ HLife ได้เลย รับรองว่า
คุ้มค่าสุดๆ ไม่มีเว็บไหน คุ้มกว่านี้อีกแล้ว แล้วก็เชื่อถือได้ เพราะเป็น domain ของทางทรูเอง ..

URL : http://hlife.truecorp.co.th/

Happy New Year 2017

Happy New Year 2017

สวัสดีปีใหม่ 2017 ครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน
ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย
ในสากลโลก โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่าน
ประสบแต่ความสุขความเจริญ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
สุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัย ไข้เจ็บ ร่ำรวยด้วยคุณธรรม ศีลธรรม
ทรัพย์สินเงินทอง ไหลมาเทมา ..

ปี 2016 ที่ผ่านมา
– ต้นไม้ที่บ้านเริ่มต้นใหญ่ขึ้น แต่ยังบังแดดไม่ไหว
– ยังไม่ได้ทำอีกส่วนนึงที่เป็น โรงซ่อมจักรยาน – ที่พัก – ห้องน้ำ – ห้องครัว
– เล่น IoT ต่างๆ เยอะขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ทำ Project จริงๆ จังๆ
– โครงการปลูกเมล่อน ไม่สำเร็จ
– เริ่มนำ OpenStack มาทดลองใช้
– ระบบหลักๆ ยังไม่ได้ขึ้น Cloud ทั้งหมด เพราะเรื่องงบประมาณ
– ออกกำลังกายไม่ได้มากขึ้น เพราะเอาเข้าจริง ก็ไม่มีเวลาไปออก ขี้เกียจเอง
– ออกทริปเดินป่า บ่อยขึ้น และ ทริป Backpack คนเดียว ไปหลายประเทศ
– ปีนี้ได้เที่ยวหลายประเทศ ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ฮ่องกง, เวียดนาม
– ตอนนี้ ทางปั่นจักรยานแถวบ้าน เริ่มเป็นที่นิยมของนักปั่นแล้ว เพราะว่ารถน้อย
และทิวทัศน์ 2 ข้างทาง ที่ร่มรื่น งดงาม
– กินดื่มน้อยลง ลดของฟุ่มเฟือย ได้ระดับนึง แต่ของที่ซื้อมาเพื่อทดลอง ก็ยังเยอะ
– เรื่องที่อยู่อาศัย ใน กทม. จริงๆ อยากหาคอนโด ติด MRT สักที่ แต่ราคาก็แพงเกิน
– ศึกษาอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา อันนี้ เป็นเรื่องปกติแล้ว ใจร้อนเหมือนเดิม
– งานนอก พวกงาน events เข้ามาเรื่อยๆ แต่เฉลี่ยไม่ถึงเป้าคือ 10 งานต่อเดือน
– ตอนนี้ ขายทุเรียนทอด Online เป็นรายได้หลัก เพราะติดอันดับ ต้นๆ Google
– Project หลักที่จะทำ ก็ยังไม่เกิดอยู่ดี
– ยังหาใครสักคนไม่ได้ในปีนี้ …

สิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ ในปี 2017
– หาต้นไม้โตไว มาปลูกบังแดดที่บ้าน ที่จันทบุรี หรือไม่ก็ทำระแนงบังแดด หรือไม่ก็เอา Solar Cells มาติดเป็นแผงกันแดด
– ส่วนด้านนอก ปีนี้ต้องเสร็จ ต้องสวย ต้องดิบ ให้เพื่อนที่เป็นสถาปนิก ออกแบบให้ น่าจะดีกว่าออกแบบเอง
– ระบบ Smart Farm จะต้องเริ่ม จากต้นไม้บริเวณรอบๆ บ้านให้ได้ ภายในต้นปี
– ปลูกอะไรสักอย่าง เมล่อน ก็ยังน่าสนใจ แต่ทุนเรื่องโรงเรือน ก็เยอะพอสมควร ต้องรีบทำงาน หาเงินสร้างโรงเรือน
– ระบบหลักๆ ที่ดูอยู่ ต้องทยอยขึ้น OpenStack ให้หมดภายในปีนี้
– ออกกำลังกายให้มากขึ้น วิ่งให้มากขึ้น ปั่นจักรยานให้มากขึ้น
– ออกทริปเดินป่า และ backpack ให้มากขึ้น หรือไม่น้อยกว่าปีก่อน
– ปีนี้ตั้งใจว่า จะเดินทางท่องเที่ยว เมืองนอกให้มากขึ้นกว่าเดิม ไกลกว่าเดิม
– กินดื่มให้น้อยลง ลดของฟุ่มเฟือย ของไม่จำเป็น ลงทุนให้มากขึ้น
– ซื้อ Condo ติด MRT สักที่
– เรื่องงานพยายามทำให้เต็มที่ ทำอะไรให้ง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงสุด
– ปีนี้ จะสอบ Cert Security ที่จำเป็น ให้ได้ทุกใบ ถึงแม้ ส่วนตัว จะไม่ได้นิยม แต่อยาลองทำดู
– งานนอก พวกงาน events ยังรับเหมือนเดิม แต่อยากจะรับเพิ่มขึ้น
– กลับไปช่วยงานที่บ้าน หน้าผลไม้ ให้มากขึ้น
– งานขายทุเรียนทอด จะเป็นงานที่ทำรายได้หลัก ในปีนี้
– ต้องหาใครสักคนให้ได้ละ ปีนี้ แก่ละ ..

Japan Trip – 1st time in Japan (ฉบับย่อ)

ช่วงก่อนสงกรานต์คือวันที่ 29 Mar – 10 Apr 2016 ที่ผ่านมา เรามีโอกาส
เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบ backpack คนเดียว โดยจองตั๋วราคาถูกของ
Air Asia ไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ช่วงที่ไปเป็นช่วงที่อากาศกำลังดี ไม่หนาวมาก
Sakura และดอกไม้อื่นๆ กำลังบานสพรั่งสวยงาม ..

ดอกไม้ที่เมือง YOKOHAMA กำลังบานสพรั่ง

การเดินทางของเราครั้งนี้ นอกจากจองที่พัก ที่เป็น Hostel ที่ Tokyo และ Kyoto ไว้
ซื้อ JR Pass แบบ 7 day เอาไว้เดินทาง ซื้อ Net SIM แบบ 8 day 4GB เอาไว้ดูเที่ยวรถไฟ
อย่างอื่นเช่นเรื่องสถานที่เที่ยว ที่จะไป เราก็ไม่ได้ plan อะไรไปตายตัวมากนัก
เพราะเราเดินทางคนเดียว หลงบ้าง ไรบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบ เราไม่ซีเรียส ว่าต้องเป๊ะ ..

เดินทางจากไทย ไปถึง Narita Airport ก็ช่วงเช้าพอดี ไปถึงก็เอา JR Pass ที่จองไว้
ไปแลกเป็นบัตรแข็ง เพื่อเดินทางเข้าที่พัก ที่เป็น Hostel ที่ Tokyo นั่ง NEX8 เข้าไป
ที่พักที่เราจองไว้ ชื่อ toco เป็น Hostel & Bar แนว chic chic ใสๆ วัยรุ่นชอบ ..
เดินทางไปที่อื่นใน Tokyo ไม่ยาก เพราะอยู่ใกล้ Ueno station ที่เป็นสถานีใหญ่ ..

เพื่อนๆ จากนานาประเทศ ส่วนใหญ่เป็น backpacker วัยรุ่น

เราพักอยู่ Tokyo 4 คืน ระหว่างที่อยู่ Tokyo ก็นั่งรถไฟ ไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ
มี JR Pass นี่สะดวกสบายดีจริงๆ รถไฟเค้าเวลาเป๊ะดีมาก แล้วก็ไม่ต้องรอนาน
แป๊บเดียวก็มา เส้นทางก็ปรับเปลี่ยน adapt เอาได้ง่าย เวลาเราจะเดินทาง
เราจะดูตารางเที่ยวรถไฟจาก HyperDia.com เอา สะดวกมากในการเดินทาง ..

Tokyo Tower ที่เราเห็นในการ์ตูน โดเรม่อน สมัยเด็กๆ

เมืองใกล้ๆ ที่เราเดินทางไปเช้าเย็นกลับ แล้วประทับใจมาก ก็เป็น Yokohama
เพราะว่า เป็นช่วงที่ซากุระกำลังบาน สวยงามมาก หลงๆ ไปเจอพอดี ..
แถวๆ Yokohama Port ก็มีที่เดินเล่น ที่ชิล ที่ถ่ายรูป ร้านรวงต่างๆ เยอะดี ..

YOKOHAMA Port
ร้านรวงต่างๆ ที่ YOKOHAMA Port
YOKOHAMA Port

อีกเมืองนึงที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ก็คือ Fujisawa ที่อยู่ติดทะเล
เมืองนี้ชิลมาก ของกินอร่อยๆ เยอะ คนญี่ปุ่นเองก็มาเที่ยวกันเยอะ ..
ส่วนเมือง Kamakura ที่มีพระใหญ่ (Daibutsu) ก็เป็นอีกที่นึงที่นักท่องเที่ยว
ไปกันเยอะมาก เราเองก็เดินทางไปเรื่อยมั่วๆ หลงๆ ไป อยู่ย่านนี้ทั้งวัน ..

เมืองติดทะเล Fujisawa ชิลดี
พระใหญ่ Daibutsu ที่เมือง Kamakura

ส่วนใน Tokyo เอง จริงๆ แล้วที่เที่ยวที่น่าไปก็มีเยอะมาก ทั้งแนวไหว้พระ
แนว shopping แนวสวนสนุก แนวกินอาหาร แนวเที่ยวกลางคืนแสงดี
มีให้เลือกหมด ตอนกลางคืน เราไปถ่ายแสงที่ Odaiba ก็รวยดี มองเห็น
Tokyo Tower ในระยะที่แสงตัดกับสะพาน สวยดี ..

วิวจากริมหาดทราย Odaiba

จากนั้นเราเดินทางไป Kawaguchiko เพื่อชม Mt.Fuji วิธีการไปก็ง่ายมาก
สามารถนั่ง NEX8 ไปได้เลย แต่เราเดินทางจาก Tokyo จะย้อนกลับมา Narita Airport
ถ้าไม่อยากเดินทางย้อนไปย้อนมา เราแนะนำว่า ให้ไป Kawaguchiko ก่อน
แล้วค่อยกลับมาเที่ยว Tokyo จะสะดวกกว่า ..

สะพานด้านหลังเป็นสะพานที่พี่ตูนมาปั่นจักรยานโฆษณา 100plus
Mt.Fuji เป็นภูเขาที่ขี้อายมาก ไม่ค่อยออกมาให้เห็นเท่าไรนัก แต่วันนี้ฟ้าเปิด ฟ้าใสมาก เมฆสวยมาก
จุดชม Mt.Fuji ที่เจดีย์แดง
ทะเลสาป Kawaguchiko เหยี่ยวเยอะมาก
ทะเลสาป Kawaguchiko เหยี่ยวเยอะมาก
ทะเลสาป Kawaguchiko สถานที่ชม Mt.Fuji ยอดฮิต แต่กลางคืนเงียบเหงามาก
มีโรงแรม พี่พักมากมาย รอบๆ ทะเลสาป Kawaguchiko

สำหรับใครที่มา Kawaguchiko แนะนำให้ซื้อ Kawaguchiko Pass ประมาณ 2,000 Yen
เที่ยว 2 วัน ที่สถานีรถไฟ Kawaguchiko ไว้เลยครับ เพราะว่าจะรวมค่ารถบัส และ
ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ รวมถึงค่าขึ้นกระเช้าไปชม บ้านกระต่าย ไว้หมดแล้ว ..

Kawaguchiko เป็นเมืองเงียบๆ สงบ เกินสองทุ่ม ก็ไม่มีใครออกมาเดินกันแล้ว
ส่วนใหญ่จะเข้าที่พักกันหมด สำหรับใครที่ชอบแสงสี แนะนำว่า ลองมานอนสักคืน
ก็น่าจะพอแล้วครับ กลางวัน ก็สามารถนั่งรถบัส เที่ยวสถานที่ต่างๆ รอบทะเลสาป
ได้ครบภายในวันเดียว แต่ถ้าใครที่จะไปจุดชมวิว ที่เจดีย์แดง ต้องนั่งรถไฟย้อนกลับไป
อีก 2 สถานีครับ แล้วเดินไปตามป้ายบอกทาง ไม่ไกลจากสถานีมากนัก ..

เราเองนอนที่นี่ 2 คืน เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่มา เลยอยากสัมผัส กับบรรยากาศ
แบบเต็มๆ ของ Kawaguchiko เราว่าสำหรับที่นี่ เป็นจุดที่ชม Mt.Fuji ได้สวยงาม
มากๆ โดยเฉพาะร้านกาแฟ ที่ bus stop 21 ถ้าเพื่อนๆ มาก็แนะนำให้มาจุดนี้ด้วย ..

หลังจากอยู่ที่นี่มาได้ 2 วัน 2 คืน เราก็เดินทางต่อไป Kyoto เลย โดยนั่ง NEX8
ไปต่อ Shinkansen ที่สถานี Shinjuku จากนั้นวิ่งยาวไปยังสถานี Shin-Osaka
จากนั้นนั่ง Kyoto Line ต่อเข้าไปยัง Kyoto Station และต่อรถบัสเข้าไปที่พัก
ที่เป็น Hostel ชิคๆ คูลๆ ที่จองไว้ คือ Len Kyoto ที่อยู่ใจกลาง Kyoto
ใกล้ๆ กับแม่น้ำ Kamo ที่สองฝั่งแม่น้ำ มีซารุระบ้านสะพรั่ง สีชมพูเต็มไปหมด ..

Len Kyoto ที่พัก ชิคๆ คูลๆ
Len Kyoto ที่พัก ชิคๆ คูลๆ

ติดตามอ่าน ตอนที่ 2 ตะลุย Kyoto + Osaka ได้เร็วๆ นี้ครับ ..