เกาะเกร็ด ครั้งแรก ไปจบที่สวนลุม

หลังจากไม่ได้เขียน blog ส่วนตัวมานาน ปีนี้ผมตั้งใจว่า
จะพยายามเขียนสักหน่อย เผื่ออนาคต FB เกิดหายไป
(มันก็เป็นไปได้ Hi5 ยังไม่มีแล้ว) จะได้มีเรื่องราวเหลืออยู่ ..

อาทิตย์นี้ว่างๆ ไม่ได้มี trip ไปเที่ยวไหน หรือมีงานนอกอะไร
ก็เลยคิดว่า จะไปไหนดี มีเวลาครึ่งวัน ตั้งแต่เที่ยงวันไป ..
คิดไปคิดมา ที่เที่ยวใกล้ๆ ที่ไม่เคยไป ก็ยังมีอีกเยอะเหมือนกัน
เกาะเกร็ด เป็นสถานที่ที่เข้ามาในหัว เป็นอันดับแรก เพราะว่า
ผมเองก็ไม่เคยไปเหมือนกัน การเดินทางเท่าที่หาข้อมูลดู ก็ไปไม่ยาก ..

เริ่มต้นเดินทาง จาก MRT ห้วยขวาง ประมาณเที่ยงตรง
จากนั้นต่อ BTS ไปลงอนุสาวรีย์ชัยฯ ออกประดู 4 เดินไปเรื่อยๆ
ลง sky walk ก็จะเจอรถเมล์จอดอยู่มากมาย ให้ขึ้นสาย 166
อนุสาวรีชัยฯ – ปากเกร็ด ตอนขึ้นบอกกระเป๋ารถเมล์ก่อนว่า
ถึงแล้วให้เค้าบอกด้วย เพราะไม่เคยไปเหมือนกัน ..

รถเมล์สายนี้ขึ้นโทลเวย์ยาวๆ น่าจะเพราะเป็นวันอาทิตย์ด้วย
เลยไม่ค่อยติดเท่าไร ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ก็ถึงจุดที่ต้องลง
ก็คือตรง Lotus ปากเกร็ด จากนั้นนั่งวินต่อ หรือจะเดินก็ได้
ไปท่าเรือที่วัดสนามเหนือ ตรงนี้เราจะเห็น land mark ของ
เกาะเกร็ด ที่เป็นเจดีย์เอียงผูกผ้าแดง ได้อย่างชัดเจน ..

ที่โป๊ะเรือข้ามฝาก คนค่อนข้างเยอะมาก จากที่บอกว่านั่งได้ 32 คน
น่าจะมีอัดกันไปต่อเที่ยวเกือบ 200 คนได้ พอข้ามไปถึงฝั่งวัดปรมัยยิกาวาส
จะมีหมวกขาย แนะนำให้ซื้อถ้าไม่ได้เตรียมมา เพราะอากาศร้อน
และจะมีจักรยานให้เช่า ราคาคันละ 40 บาท ปั่นไปไว้ตรงไหนก็ได้
จักรยานส่วนใหญ่เป็นจักรยานแม่บ้านธรรมดา แต่ก็น่าจะช่วยทุ่นแรงได้
ถ้าอยากเดินทางรอบเกาะเกร็ด แต่ไม่เหมาะในช่วงเวลาคนเยอะๆ
เพราะว่าทางรอบเกาะ ค่อนข้างแคบ เวลาช่วงคนเยอะๆ จะลำบาก ..

ถ้าเดินวนทางขวามือ จะมีร้านรวง ขายของให้เลือกซื้อ เยอะมาก
ทั้งของกินอร่อยๆ ขนม ของฝาก ของที่ระลึก และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่ผมไม่เคยมา ผมเลยเดินวนทางซ้าย ก็สงสัยเหมือนกันว่า คนเยอะแยะ
เค้าไปไหนกันหมด ไม่ค่อยเจอคนมาทางซ้ายเลย เดินไปจนไกลมาก ..

ถามคนในพื้นที่เค้าบอกเดินได้ แต่ประมาณ 6km แดดกำลังร้อนเลย
ผมเลยย้อนกลับมาทางเดิม เพราะแขนยังไม่ทันหายไหม้ จาก trip ปั่น
ที่เชียงใหม่ ช่วงก่อนปีใหม่ ไม่อยากให้ไหม้ ไปยิ่งกว่านี้ ก็เลยเดินย้อนกลับ
มาทาง วนขวา ไปทางยอดนิยม เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย ของขายที่นี่
หน้าตาน่าอร่อยดี ราคาก็ไม่แพง แต่ผมไม่ได้ซื้ออะไร เพราะคนค่อนข้างเยอะ
ได้ข้าวเหนียวไก่ย่าง กับน้ำเปล่า มานั่งกินร้าน บ้านเลขที่ 1 หมู่ 1 ก็พอละ ..

การหลงทาง เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มากที่สุดของการเดินทาง เพราะทำให้เรา
ได้ไปเจออะไรใหม่ๆ เสมอ ที่ไม่มีใน review ที่เค้าเขียนๆ กันใน pantip
เดินเดินหลงทางไปเจอพี่ศิลปินคนนึง ที่เป็นช่างปั้นดินเผาอยู่ ได้คุยกัน
ก็ได้ความรู้เรื่องของเครื่องปั้นดินเผา ของเกาะเกร็ด เยอะพอสมควร ..

เดินเล่น ไหว้พระ ถ่ายรูปสักพัก จะประมาณ บ่ายสี่โมงเย็น ผมก็ข้ามฝั่ง
ที่ท่าเรือข้ามฝาก เพื่อกลับมาขึ้นรถเมล์กลับ เดินไปถนนฝั่งตรงข้าม
แต่เจอรถเมล์สาย 166 เขียนว่าเข้าเมืองทอง ผมเลยไม่กล้าขึ้น
เจอสาย 505 เขียนว่า ไปสวนลุม ก็เลยขึ้นไป เพราะคิดว่าอย่างน้อย
ก็ขึ้น MRT สวนลุม กลับที่พักได้สะดวก สาย 505 เป็นสายที่วิ่งผ่าน
สถานที่ต่างๆ เยอะมาก เรียกว่านั่งชิล ชมกรุงเทพกันคุ้มเลย ..

ประมาณ 6 โมงเย็น ผมก็มาถึงสวนลุม เข้าไปเดินเล่น ดูบรรยากาศ
คนมาเที่ยวพักผ่อน มาวิ่งออกกำลังกาย กันเยอะมาก มีทั้งคนไทย ฝรั่ง
ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ เห็นมีเลน สำหรับปั่นจักรยานด้วย แต่จักรยานคงปั่นไม่ไหว
เพราะว่า คนวิ่งมีจำนวนเยอะมาก จะเกะกะคนวิ่ง ก็เลยเห็นปั่นกันน้อย ..

เดินเล่น ถ่ายรูปสักพัก ผมก็ขึ้น MRT สีลม ด้านข้างของพระบรมรูป ร.6
กลับมาย่านห้วยขวาง เป็นอันจบ trip สั้นๆ ของผม ถึงจะเป็นช่วงเวลา
ไม่นานมากนัก แต่ก็เป็นการเดินทาง ที่ตื่นเต้น และได้อะไรเยอะดี
อาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยไปเกาะเกร็ดมาก่อนด้วย ก็ถือเป็นประสบการณ์
ที่ดีอีก trip นึง ใกล้ๆ กรุงเทพของเรานี่เอง ลองไปเที่ยวกันดูครับ ..

* สำหรับรูปถ่ายทั้งหมด เดี๋ยวผมจะมาลงย้อนหลังให้ดูอีกทีนึงครับ

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าเดินทาง
MRT ไปลงหมอชิต 20 บาท
BTS ไปลงอนุสารีย์ 31 บาท
รถเมล์สาย 166 ไปลงปากเกร็ด 18 บาท
วินมอไซค์ไปลงท่าเรือ 10 บาท
เรือข้ามฝากขาไป 2 บาท
เรือข้ามฝากขากลับ 2 บาท
วินมอไซค์ไปลงหน้า Lotus 10 บาท
รถเมล์สาย 505 ไปลงสวนลุม 23 บาท
MRT ไปลงห้วยขวางประมาณ 30 บาท
รวมค่าเดินทาง 146 บาท

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ข้าวเหนียวไก่ย่าง 20 บาท
น้ำ 2 ขวด 16 บาท
รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ 36 บาท

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตลอดทริปเกาะเกร็ด 146+36 = 182 บาท

ไออุ่น #7

ขอบคุณภาพจากน้องภูมิ รุ่นน้องที่วิศวะ ลาดกระบัง (รุ่น 44)

ภาพจากพี่พิชชี่ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10152346877430637.942795.886840636&type=1

 

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปค่ายไออุ่น #7 ที่บ้านฉุ้ยมอ อ.อมก๋อย จ. เชียงใหม่
กับเพื่อนๆ อาสาสมัครรวม 64 ท่านด้วยกัน เราเดินทางกันสองทุ่มของวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2012
มาถึงที่ว่าการอำเภออมก๋อย ก็ช่วงสายๆ ของวันที่ 8 กินข้าวจัดของขึ้นรถ 4WD ที่มารับเรา
แล้วก็เดินทางต่อด้วย 4WD เข้าไปในหมู่บ้าน ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงบ้านฉุ้ยมอ เส้นทางที่ผ่าน
มีทั้งขึ้นเขาลงเขา หลุมบ่อ ฝุ่นสารพัด แต่เราทุกคนก็ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ..

มาถึงจุดหมาย บ้านฉุ้ยมอ เราก็เริ่มทำกิจกรรมที่เตรียมมากัน แบ่งเป็นหลายส่วน สำหรับผมเอง
ไม่ค่อยทำอะไรเป็นนัก นอกจากใช้แรงงาน ก็เลยอยู่ Dream Team. ทีมก่อสร้าง ก็คือช่วยกันทาสี
โรงเรียน ห้องสมุด และปูพื้นโรงเรียนใหม่ ให้ดูสวยงาม น่ามาเรียน น่าเข้ามาใช้งาน
บนดอย ถึงแม้อากาศจะเย็น แต่แดดก็ร้อนเหมือนกัน ผมไม่ได้ป้องกันอะไรมากมาย กลับมา หน้าลอก
เพราะเจอแดดร้อนๆ เข้าไปเต็มๆ แต่ช่างมัน สักสองสามอาทิตย์ ก็คงหายเป็นปกติ ..

ทุกครั้งที่ได้ออกค่าย มักจะได้อะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ระหว่างอาสา ด้วยกัน
หรือแม้แต่ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้พบเจอ แต่ส่วนนึงที่ประทับใจมาก ก็คือ ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ
ได้เห็นแววตาที่มีความหวัง ของคนที่อยู่ห่างไกล ได้เห็นแววตาเด็กๆ และชาวบ้าน ดูมีความหวัง
ว่ายังมีคนพื้นราบ ยังเป็นห่วงและพร้อมจะช่วยเหลือพวกเค้า แม้ว่าระยะทาง เส้นทาง จะกันดาร
เท่าไร เราคนไทย ก็ไม่ทิ้งกัน ประทับใจมากครับ ..

งานนี้ ผมเอาเจ้า Fuji X10 ไปด้วย แต่ว่าก็ไม่ค่อยได้มีเวลาถ่ายเท่าไรนัก เพราะทำงาน
แต่จากการใช้งานจริงๆ ถือว่าเจ้า X10 สอบผ่านเลยทีเดียว ใช้งานได้ง่าย ครอบคลุม
และ file ภาพที่ได้ ถือว่ามีคุณภาพสูง ใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าใช้คล่องๆ น่าจะได้รูปไม่แพ้
พวก DSLR เลยทีเดียว ..

ดูรูปและบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.4198387242849.2142592.1379813288&type=3

สบายดีหลวงพระบาง ปีใหม่ 2012

ตักบาตรข้าวเหนียว ที่หลวงพระบาง

สวัสดีปีใหม่ ล่วงหน้าครับ ปีนี้ ก็เป็นอีกปีนึง ที่ผมมา countdown ที่หลวงพระบาง
กับเพื่อนพ้องน้องพี่ เมื่อสองปีที่แล้ว ผมก็มาหลวงพระบาง ช่วงปีใหม่เหมือนกันครับ ..
ครั้งนี้นับเป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นไม่น้อยครับ เพราะว่ามาเส้นทางใหม่ ที่อนาคต จะเป็น
เส้นทางที่น่าสนใจมากๆ เส้นนึงครับ ผมจะเล่าถึงการเดินทางกันก่อนนะครับ เดี๋ยวเอารูป
มาลงเพิ่มเติมอีกทีครับ ..

ผมเริ่มจากนั่งรถทัวร์ จากหมอชิต มาลงที่เมืองน่าน เดินทางด้วยกัน 6 ชีวิตครับ
ออกเดินทาง 19.30 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2011 มาถึงน่านก็เช้าๆ แล้ว
ต่อรถบัสส้ม ตอน 06.00 น. มาลงที่ทุ่งช้างครับ แล้วก็เหมารถสองแถวมาลง
ที่ด่านห้วยโกร๋น ระหว่างการเดินทาง ได้พบมิตรภาพ ของผู้คนท้องถิ่นตลอดการเดินทาง
คนน่าน ใจดีและมีน้ำใจมากครับ ผมและคณะการเดินทาง ประทับใจกันมากๆ ครับ ..

จากด่านห้วยโกร๋น เราก็เดินข้ามมาที่ด่านเมืองเงิน ของทาง สปป. ลาว จากนั้นเจอ
พี่คนไทยใจดี ที่มาขี่เสือภูเขาเที่ยวเมืองเงิน แนะนำเรื่องการเหมารถเรา ซึ่งได้ราคาถูกว่า
ราคาเหมาที่ด่านเมืองเงิน เกือบครึ่ง เรานั่งรถตู้ของคุณลุง ที่ใจดีมาก มาลงที่เมืองปากแบ่ง
ในราคาแค่ 1500 บาท ก็คุยตกลงเรื่องราคา เฮือเร็ว (speed boat) จากปากแบ่ง
เพื่อมาหลวงพระบางกัน สรุปได้ที่ราคา 5000 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทาง ก็ประมาณ
สองชั่วโมงกว่าๆ แต่ว่าตลอดเวลาที่นั่ง ทิวทัศน์ ริมน้ำโขงสองข้างสวยงามมากครับ ผมเอง
ก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน และเราได้ตื่นเต้นกันตลอดเส้นทางการเดินทาง ถ้าใครไม่เคยมา
หลวงพระบางเส้นทางนี้ ผมแนะนำเลยครับ รับรองว่าน่าประทับใจแน่นอน ..

เรามาถึงหลวงพระบางกันก็ประมาณเวลา 16.30 น. ของวันที่ 28 ธันวาคม 2011
ที่พักที่เจ๊ตุ้ม จองไว้ผ่านทางเน็ต ก็คือที่ “พะสิด guesthouse” ที่พักอยู่ข้างๆ พระธาตุพูสี
ใกล้ๆ ริมน้ำคาน ที่พักสะอาด ดีมาก และเจ้าของเป็นกันเอง มี WiFi ให้ใช้ สบายๆ ..

หลวงพระบางเป็นเมืองที่สวยงาม สงบ ทุกอย่างลงตัว คนลาวมีน้ำใจ และมีความซื่อสัตย์
ยกเว้นพวกรถราต่างๆ ที่ชอบหาเรื่องเราเปรียบ จะโกงเราตลอดเวลา ตรงนี้ ถ้ามาลาว
ต้องระวังกันให้ดีๆ ครับ อย่าเพิ่งไปตามราคาที่เค้าจะเหมา เพราะมันแพงมาก ให้เดินมา
จากตรงนั้นอีกนิดหน่อย เจอถนน ก็จะเจอ สามล้อ คันอื่นๆ ที่ราคาถูกว่าหลายเท่า ..

ช่วงเวลาตลอด สี่วัน มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำเยอะมาก ที่หลวงพระบาง ช่วงนี้นักท่องเที่ยว
มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง ญี่ปุ่น และที่มากที่สุด ก็คือคนไทย มีคนจำนวนไม่น้อย
ที่มาหลวงพระบางแล้วประทับใจ แล้วกลับมาอีก หลายรอบ เรื่องอาหารการกินถ้าเทียบกับ
ที่เมืองไทยของเรา อาหารอาจจะแพงกว่าหน่อย เพราะว่าทุกอย่างต้อง import เข้าจากไทย
แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าค่าครองชีพไม่ได้ต่างกันเท่าไร ..

คืนนี้รอ countdown ที่หลวงพระบาง แล้วผมจะมาสรุปเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาของผม
และอนาคตในปี 2012 อีกรอบครับ 🙂

สวัสดีปีใหม่ ที่เชียงคาน

ช่วงปีใหม่ เชียงคาน คนเยอะมาก

ช่วงปีใหม่ เชียงคาน คนเยอะมาก

ถือโอกาศสวัสดีปีใหม่ 2011 เพื่อนๆ มิตรรักแฟน blog ไว้ ณ ตรงนี้เลยครับ
ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ ทั้งหลาย ในสากลโลก โปรดดล
บันดาลประทานพรให้ทุกๆ ท่านประสบแต่ความสุข สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา
มีสุขภาพแข็งแรง เงินทองไหลมาเทมา เป็นปีที่ดี ตลอดปีตลอดไปครับ  🙂

ตอนนี้ ผมอยู่เชียงคานครับ มาช่วยพี่ๆ ขายของที่ร้าน idea dd ครับ คนเยอะมาก
หญิงน่ารักก็เยอะมาก เจอคนรู้จักก็เยอะมากครับ เชียงคานเป็นเมืองที่น่ามามากๆ
อาหารก็อร่อยหลายๆ อย่าง ราคาก็ไม่แพงครับ ที่พักก็เป็นแบบ home stay กันเอง
แบบราคา 1-200  บาท ผม backpack มาบางทีให้พักฟรี แต่ผมมาอยู่กับพี่ๆ
ที่ร้าน idea dd ครับ มาเป็นเด็กขายของสนุกดี ได้พบปะพูดคุยได้เจอกับผู้คนจากทั่ว
สารทิศ ที่เดินทางมาเชียงคานกัน เชียงคานช่วงปีใหม่ คึกคักมากครับ ..

ผมว่าจะอยู่เชียงคานอีกสักวันสองวันครับ รอคนน้อยๆ ค่อยเดินทางกลับ
เดี๋ยวกลับไปจะเอารูปสวยๆ ไปฝากนะครับ แล้วคอยติดตามกันนะครับ ..

บ้านหอมเทียน สวนผึ้ง ราชบุรี

บ้านหอมเทียน สวนผึ้ง ราชบุรี

สวัสดีครับ ไม่ได้มา update blog นานเหมือนกัน ปกติ update แต่ facebook
เมื่อสัปดาที่ผ่านมา ผมได้ไปงาน party 7 ปีชมไทย มาครับ ที่อามันเต้ คอฟฟี่
สวนผึ้ง ราชบุรี บรรยากาศสนุกสนาน ตามแบบชมไทย เราไปเพื่อเตรียมตัว
ที่จะไปค่าย ไออุ่น #5 ที่ จ.ตากกันครับ งานนี้ เพื่อนๆ เอาของมาประมูลมากมาย
รายได้สมทบค่ายไออุ่น #5 ครับ ผมเองได้กล้อง LOMO จากพี่อ้น ideaDD
มาใช้งานตัวนึง .. วันหลังจะเอารูปที่ถ่ายจากกล้องตัวนี้ ให้ดูกันครับ ..

คืนนั้นเรานอนกันดึกพอสมควร หลังจากพูดคุยสังสรรค์ ตามประสาคนคอเดียวกัน
ตื่นเช้ามา ได้มีโอกาส ขึ้นไปกินข้าวต้มตอนเช้า ที่ยอดเขากระโจม อากาศหนาวมาก
วิวที่เขากระโจมเป็นแบบ 360 องศา มองได้รอบทิศทาง เห็นฝั่งพม่า อยู่ใกล้ๆ
จากนั้นกลับลงมาที่พัก ที่อามันเต้ คอฟฟี่ ฝั่งตรงข้าม จะมีร้านอาหารชื่อ ม่อนไข่
เป็นร้านอาหารที่มีเมนู เห็นโคนญี่ปุ่น ทำหลายๆ อย่าง อร่อยมาก รสชาตนี่อยากให้
ใครที่ผ่านมาสวนผึ้ง ได้มาลองชิมกันครับ ราคาก็ไม่แพง ..

ประมาณเที่ยงวัน เก็บอุปกรณ์ที่พักเรียบร้อย เราก็เดินทางกลับกัน ระหว่างทาง
มีที่ให้แวะเที่ยวชม แวะซื้อของฝากมากมาย ใครอยากไปดูแกะ ก็แวะดูกันได้
แต่ที่ผมประทับใจมากที่สุด ก็คือ บ้านหอมเทียน ที่นี่จะเปิดเป็นร้านอาหาร และจำหน่าย
ของที่ระลึก ที่ทำมาจากเทียน เป็นรูปต่างๆ สวยงามมาก หรือจะสั่งทำสดๆ ตรงนั้น
เลยก็ได้ เหมาะกับซื้อเป็นของฝากมากๆ ราคาก็ไม่แพง บรรยากาศร้าน ตกแต่ง
ได้สวยงามมาก วันหลังคงต้องผ่านไปอุดหนุนอีกสักครั้ง ..

ช่วงนี้ก็เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว แต่บางพื้นที่ของประเทศ ยังประสบกับภัยน้ำท่วม
ก็ขอส่งแรงใจไปช่วยพื้นที่ที่น้ำท่วมด้วยครับ ขอให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว
หนาวนี้ใครมีโปรแกรมไปเที่ยวไหนกันบ้างครับ มาชวนผมได้นะ พร้อมเที่ยวเสมอ ..

ประชาสัมพันธ์นิดนึงครับ โครงการไออุ่น #5 ต้องการรับของบริจาค เพื่อเด็กๆ
อีกเป็นจำนวนมาก ใครต้องการบริจาค หรือต้องการร่วมค่าอาสา ติดต่อได้ที่
URL : http://www.chomthai.com/board/

กินเที่ยวทั่วไทย สไตล์บล๊อคเกอร์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดประกวด blog

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมมีข่าวมาประชาสัมพันธ์ สำหรับเพื่อนๆ
ที่เขียน blog เป็นประจำ ตอนนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
จัดประกวด blog ในหัวข้อ “กินเที่ยวทั่วไทย สไตล์บล๊อคเกอร์” งานนี้
เป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยกระจายเนื้อหาเกี่ยวกับการ
เดินทาง การท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อยๆ ตลอดเส้นทาง ช่วยทำให้
ธุจกิจการท่องเที่ยว และเศษฐกิจของไทย เรากลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง ..

สำหรับของรางวัล งานนี้เค้าจัดให้เจ็ดที่แน่นอนครับ รับรองถูกใจกันทุกคน
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaitravelblog.com/

ผมเองก็ส่งประกวดกับเค้าด้วย ยังไงก็ไปช่วยโหวตให้ Travel-is.com
กันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 🙂

ไออุ่น 4.2 แม่แจ่ม LOMO Version

img_9975img_0022

ไปโครงการไออุ่น 4.2 ที่โรงเรียนบ้านมะลอ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่มาครับ เมื่อวันที่
5-7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพิ่งมามีโอกาสย่อรูป ก็เลยเพิ่งลงครับ งานนี้ถ่ายมาน้อย
เลยลองเล่น plugin LOMO ของ PS ดูครับ ภาพที่ออกมา ก็ดูแปลกดีอีกแบบ ..

โครงการไออุ่นเป็นกิจกรรมที่เกิดจากมูลนิธิรักษ์ไทยและชมลมชมไทย จัดกันมาต่อเนื่อง
เป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์มาก ช่วยเหลือเด็กๆ ในท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร ในหลายๆ
ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งก่อสร้าง ด้านสุขภาพอนามัย ด้านการศึกษา รวมไปถึงกิจกรรม
สร้างความสามัคคี สร้างความคิดสร้างสรร ให้กับเด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรม ..

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รูป และเรื่องราวเพิ่มเติมต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บ
ของทางชมลมชมไทย http://www.chomthai.com/forum/

ไออุ่น #4

ไออุ่น จากพี่ให้น้อง #4

ไออุ่น จากพี่ให้น้อง #4

จัดกันเป็นปีที่ 4 และนะครับ สำหรับโครงการไออุ่น จากพี่ให้น้อง โดยชมลมชมไทย
มูลนิธิรักษ์ไทย และชาวศิริราช ปีนี้ไปกันที่โรงเรียนบ้านแม่ลา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2552 นี้ครับ .. ปีนี้ผมเองก็หาโอกาสว่างไปด้วย ใครที่สนใจ
ต้องการไปร่วมโครงการ หรือบริจาค สิ่งของ พวกขนม อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค
อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ก็ติดต่อบริจาคกันเข้ามาได้ครับ ..
รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่
http://chomthai.com/forum/view.php?qID=2493
http://chomthai.com/forum/view.php?qID=2621

P’Wan Wedding 4th October 2009

งานแต่งพี่หวาน 4 ตุลาคม 2009

งานแต่งพี่หวาน 4 ตุลาคม 2009 ภาพโดย แบงค์ D90
ดูภาพทั้งหมด http://www.travel-is.com/forum/view.php?qID=787
ภาพจากกล้องน้าเนค http://arbegell.multiply.com/photos

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมาเป็นวันมงคล
พี่หวานกับน้องนิว จัดงานแต่งงานกันที่ระยอง งานนี้พี่หวานให้เกียรติ
ให้ผมไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าต้องทำไงบ้าง ก็มั่ว ๆ ไป ..

งานนี้ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันเสาร์ เพราะว่าต้องไปเตรียมตัวแห่ขันหมาก
ตั้งแต่ตอนเช้าของวันอาทิตย์ งานนี้ไปกันเกือบ 20 คน แบงค์หาบ้านพักแถวๆ
หาดแม่รำพึง นอนกันได้ครบ ราคาไม่แพง 4000 บาท นอนได้สบายๆ พื้นที่
ใช้สอยปิ้งย่าง Bar-B-Q มีให้ มีห้องครัวมีอุปกรณ์ให้สะดวกสบาย ..

ไปถึงก็แบ่งกันเป็น 3 ทีม ทีมจัดซื้ออาหารมาปิ้งย่าง มีคุณอ้นกับน้าเนค เป็นแกนนำ
ทีมจัดหาเครื่องดื่ม (เบียร์) มีนายกแห้ว เฮียโอ๋ แล้วก็ดึงผมไปด้วยอีกคน ไปขำๆ
ส่วนอีกทีมอยู่ที่บ้านพัก อัดส้มตำไก่ย่างกันชิว ผมกลับมาจากทำหน้าที่ก็หมดแล้ว
เหลือแต่ไก่ย่างกับข้าวเหนียวไว้ให้ ก็ยังดีค่อยหายหิวหน่อย ..

เมื่อของทุกอย่างมาพร้อม ก็จัดการอัดกันตั้งแต่หัววัน (4.30 PM) จะได้พริ้วกันไวๆ
จะได้รีบนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ฝ่ายปิ้งย่าง Bar-B-Q ก็ทำงานกันไป งานนี้
หมึก กุ้ง ปูม้า หอยแครง หอยแมงภู่ เนื้อหมัก (ฝีมือ import จาก ออสเตรเลีย) มีครบ
ใครใคร่กินก็กิน ใครใคร่ชนก็ชน งานนี้เป็นการรวมตัวจตุรเทพ กันอีกครั้ง เทพมากันครบ
หมดลังที่ 4 ผมก็ขอตัวไปนอนก่อน เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีก
แต่พวกน้าเนค เฮียโอ๋ ตาหมอน ไม่ยอมไปหลับไปนอนกัน สั่งมาเพิ่มอีกลังนึง ไม่รู้หมดป่ะ ..

เช้าวันอาทิตย์ ก็ไปงานแต่งพี่หวานที่บ้านน้องนิว ที่กระเฉด ไม่ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร
ตอนเช้า แล้วก็ร่วมแห่ขันหมาก จากนั้นก็เข้าพิธีวิวาห์แบบไทยๆ ที่บ้านน้องนิว มีรดน้ำสังข์
เสร็จพิธีตอนเช้า พวกผมก็ขอตัวกลับก่อน พี่หวานกับน้องนิวเข้าพิธีวิวาห์แบบจีนต่อ ..

กลับมาถึงห้องก็ตามอัธยาศรัย ใครจะทำอะไรก็ได้ ไปถ่ายรูป ไปเดินชายหาด ไปเดินป่า
หรือจะเล่นไพ่ตีแตกอยู่ที่ห้องก็ได้ งานนี้สนุกสนาน วัดใจ วัดเงิน วัดดวงกันสนุกดี ..
ต้องขอบคุณพี่ตู่กับบีเวอร์ ที่ช่วยบริจาคค่าต๋งจำนวนมากให้กองกลาง ไปกิน Sea Food
กันที่ร้านป้าพร ชายหาดแม่รำพึง กินกันไปเต็มที่สิบคน หมด 2800 บาท ถือว่าไม่แพง
จากนั้นก็กลับมาห้องเล่นไพ่ตีแตกกันอีกยก ขอบคุณหลายๆ ท่านที่บริจาคเงินให้ผม
ได้ใส่ซองพี่หวาน .. โดยเฉพาะพี่ตู่กับบีเวอร์ มาบริจาคเงินอีกรอบ จากนั้นก็เตรียมตัว
อาบน้ำแต่งตัว ไปร่วมพิธีแต่งงานตอนเย็นอีกรอบ งานนี้เพื่อนๆ มากันเยอะ แขกก็เยอะ
เรียกว่าพี่หวานกับน้องนิว เดินถ่ายรูปกันเหนื่อยเลยทีเดียว พิธีการ presentation ทำได้ดี
แถมพี่หวานมีแอบแซวผมกับนายกแห้วอีกด้วย พวกเพื่อนๆ งานนี้เฮฮากันเต็มที่
เพราะถือว่าเป็นงานแต่งงานงานแรกของรุ่น ที่ห้อง 4 วิศวะลาดกระบัง รุ่น 39 ..

พิธีเสร็จก็ขอตัวลาพี่หวานกับน้องนิวกลับ กทม. กัน เพราะวันจันทร์ ต้องทำงานแต่เช้า
motorway ฝนตกหนักมาก ทำให้ถึงช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย ถึงประมาณ 11.00 PM

ปล.
– ขอบคุณเจ้าภาพและเพื่อนๆ ทุกท่าน มากๆ สำหรับงานนี้ครับ
– ได้ข่าวว่าพี่หวานชนแก้วหนักจนต้องมีคนหามขึ้นเตียง อิอิ 🙂